หุ้น KBS เล่นได้มอง P/E ต่ำกว่ากลุ่ม ลุ้นรับปันผลงวดครึ่งหลัง 0.39 บาท โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.78 บาท ด้าน “ถกล” เร่งเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.3-2.4 หมื่นตัน คาดแล้วเสร็จช่วงปลายเดือนนี้ พร้อมมั่นใจรายได้และกำไรปี 2555 โตต่อเนื่อง ระบุมีสัญญาขายล่วงหน้าแล้ว 85%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (13 ต.ค.) ราคาหุ้นบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันได้ปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 10.10 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 9.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 2.70% มูลค่าการซื้อขาย 79.40 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจุบัน KBS ยังเป็นหุ้น Top pick ในกลุ่ม เนื่องจากมีราคาถูกที่สุดในกลุ่มเมื่อประเมินโดยผลการดำเนินงานปี 2555 ไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับหุ้นกลุ่มน้ำตาลในภูมิภาค (มีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ประมาณ 10.7 เท่า) หรือหุ้นกลุ่มอาหารในภูมิภาค (P/E ที่ประมาณ12.4 เท่า)
ทั้งนี้ การซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่ากลุ่มมากคาดว่าเกิดจาก 3 สาเหตุคือ
1.KBS เป็นหุ้นที่มีขนาดเล็ก (มูลค่าตลาดเพียง 4,600 ล้านบาท เพียง 1/4 ของ KSL และ 1/40 ของ CPF รวมถึงมีสภาพคล่องต่ำ ทำให้ไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบัน
2.KBS เพิ่งเข้ามาซื้อขายในตลาด (พ.ค. 54) ทำให้มีข้อมูลด้านปัจจัยพื้นฐานย้อนหลังให้ศึกษาไม่มาก และ
3.ผลการดำเนินงานเพิ่งจะเติบโตก้าวกระโดดในปี 2554 เป็นปีแรก ทำให้นักลงทุนยังคงสงสัยถึงความสามารถในการเติบโตต่อเนื่องในปีถัดๆ ไป
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงปริมาณอ้อยที่น่าจะยังเติบโตในปี 54/55 (เปิดหีบเดือนพ.ย. 54) รวมถึงการขายน้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 80-90% ของคาดการณ์ผลผลิต และอัตราภาษีที่จะลดลง ก็เชื่อว่าผลการดำเนินงานปี 2555 ยังมีโอกาสเติบโตกว่า 15% จากปีนี้ รวมถึงโอกาสเติบโตหลังปี 2555 จากแผนปรับปรุงกระบวนการผลิตที่จะเพิ่มปริมาณการหีบอ้อย (ยังไม่รวมในประมาณการ) จึงแนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐานปี 2555 ที่ 20 บาท ประเมินจากค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มน้ำตาลและอาหารในภูมิภาค (P/E 11.5 เท่า)
บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า KBS เป็นหุ้น “Top pick” โดยพื้นที่จัดหาอ้อยจากเกษตรกร อยู่ในพื้นที่อีสานตอนล่างเป็นหลัก ซึ่งปลอดภัยจากน้ำท่วม จึงคาดกำไรในปี 2553/54 คาดไว้ที่ 738 ล้านบาท เติบโต 340% จากปีก่อน และคาดจะจ่ายเงินปันผลอีก 0.39 บาทในงวดครึ่งปีหลัง ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทน 4.1% พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” KBS ที่ราคาเหมาะสมปี 2554/55 ที่ 15.78 บาทต่อหุ้น
นายถกล ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS กล่าวว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อสรุปผลประกอบการงวดปี 2554 (วันที่ 1 ต.ค.53-30 ก.ย.54) ส่วนเรื่องการจ่ายปันผลจะมีหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ณ ปัจจุบัน ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท แต่จากปริมาณฝนที่มาก ทำให้การขนส่งมีความลำบาก เนื่องจากบางเส้นทางถูกน้ำท่วม แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังคงดำเนินการเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 21,000-22,000 ตันต่อวัน เป็น 23,000-24,000 ตันต่อวัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนนี้
ขณะเดียวกัน ในช่วงสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชาวไร่ และโรงงานต่างๆ เพื่อประเมินปริมาณอ้อยในปี 2555 จากเดิมที่คาดไว้ที่ 100 ล้านตัน เนื่องจากสภาวะอากาศ ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้พื้นที่ปลูกอ้อยบางส่วนได้รับความเสียหาย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าปริมาณอ้อยของบริษัทสำหรับปี 2555 ยังคงอยู่ที่ประมาณ 2.8 ล้านตันอ้อย เท่ากับปี 2554
ด้านเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2555 บริษัทน่าจะมีรายได้และกำไรที่โตต่อเนื่อง เพราะบริษัทมีรายได้จากการทำสัญญาขายน้ำตาลล่วงหน้าแล้ว 85% จึงยังคงเป้าหมายการเติบโตเหมือนเดิมที่คาดว่ารายได้งวดปี 2555 จะเติบโต 2 หลัก หรือมากกว่า 15% ตามเป้าหมาย
“ตลาดต่างประเทศในช่วง 2 เดือนราคาได้อ่อนตัวลงอยู่ที่ระดับ 25-26 เซ็นต่อปอนด์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่แข็งอยู่แล้ว แต่จะอ่อนลงไปกว่านี้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่สถานการณ์ต่างๆ และอาจจะต้องมีการขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม ทั้งดีมานด์และซัพพลายในตลาดโลกยังมีประมาณที่ใกล้เคียงกัน”
By... www.kaohoon.com


![[Most Recent Quotes from www.kitco.com]](http://www.kitconet.com/charts/metals/gold/t24_au_en_usoz_2.gif)
0 comments:
Post a Comment