Tuesday, November 15, 2011

JAS, RAIMON, AOT : 3 เซียนฟันธงหุ้นพุ่งหลังน้ำลด

3 ขาใหญ่มองหุ้นไทยดี หลังน้ำท่วมคลี่คลาย “ดร.นิเวศน์” ลั่นราคาหุ้นตอนนี้ยุติธรรม  ส่วนดัชนีสิ้นปียังปรับได้อีก 1-2 % ด้าน “เสี่ยปู่” เก็บ JAS-RAIMON และ AOT เข้าพอร์ต เหตุมองอนาคต 3 หุ้นสดใส “เสี่ยป๋อง” ชี้กังวลน้ำท่วมน้อยลง ได้เวลาเก็บหุ้นเข้าพอร์ตหลังตกรถ  

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ ถือได้ว่าความเสี่ยงจากเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศลดลง และเชื่อว่าน่าจะใกล้หมดแล้ว เหลือแต่เรื่องของต่างประเทศ ซึ่งตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมา ถือว่าเป็นราคาที่ยุติธรรม ไม่ถูกหรือไม่แพงจนเกินไป


“ที่ผ่านมายังถือหุ้นอยู่ตลอด ไม่มีขายทิ้งออกไป ถึงแม้ช่วงวิกฤติยุโรปก็ตาม และมองว่าจากนี้ไปตลาดหุ้นยังมีโอกาสไปได้อีกเรื่อยๆ แต่จะไม่แรงมาก และน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ โดยมองว่าดัชนีตอนนี้ถือว่าเหมาะสม และมองว่าจากนี้ไปจนถึงปลายปีดัชนีมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้อีก 1-2 % นับจากวันนี้” ดร.นิเวศน์ กล่าว


สำหรับหุ้นที่น่าลงทุน ควรเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ อาทิ ค้าปลีก สื่อสาร ธนาคาร ซึ่งหุ้นที่อิงบริโภคในประเทศยังมีอีกหลายกลุ่ม สำหรับหุ้นที่ควรระมัดระวัง คือหุ้นที่มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคอมโมนิตี้ อันนี้ก็มีความเสี่ยง

นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือเสี่ยปู่ นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า ช่วงที่เกิดวิกฤติยุโรปใหม่ๆ ได้เข้าลงทุนในตลาดหุ้น หลังจากที่ดัชนีปรับตัวลดลงแรง จากนั้นดัชนีก็เริ่มขยับขึ้นมา ทำให้ดูตลาดดีขึ้น ประกอบกับหุ้นหลายตัวมีการปรับตัวขึ้นเป็นตัว V หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา


“ผมจะใช้วิธีการเข้าเก็บหุ้นในลักษณะทยอยสะสมไปเรื่อยๆ เพราะหุ้นหลายตัวลงเยอะ ซึ่งโอกาสรีบาวด์แรง หุ้นที่มีอยู่ตอนนี้คือ หุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS, หุ้นบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RAIMON และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT” นายสมพงษ์ กล่าว

ซื้อหุ้น JAS เพราะมองว่าพื้นฐานยังดีอยู่ โดยเฉพาะนโยบายการซื้อหุ้นคืนของบริษัท ส่วนใหญ่บริษัทนี้ซื้อหุ้นคืนแล้วมักจะไม่ขายคืน แต่จะใช้วิธีลดทุนแทน ทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้น อีก 10% จากสัดส่วนที่บริษัทประกาศจะซื้อหุ้นคืน

ประกอบกับงบไตรมาส 3 ที่เพิ่งประกาศ พบว่าแนวโน้มของบริษัทเริ่มดีขึ้น ไม่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการถือหุ้นใน TT&T ส่วนฐานลูกค้าที่ใช้บริการบรอดแบนด์ ก็มีเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุผลที่ขายหุ้นออกมารอบที่แล้วเกิดจากผิดหวังเรื่องผลประกอบการไตรมาส 2 แต่ไตรมาส 3 ออกมาแล้วดูดี

ส่วนหุ้น RAIMON ยังดูดีอยู่ ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งมองว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว หรือลักษณะของวันชอร์ต ซื้อเพราะปีหน้าจะมีกำไรดี ซึ่งจะมาจากการโอนโครงการ THE RIVER ภายหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้คอนโดมิเนียมดูดีกว่าบ้านเดี่ยว และอนาคตยอดขายจะดีขึ้น ประกอบกับมีแบ็กล็อกรอโอนต้นปีหน้าอีกจำนวนมาก

สำหรับหุ้น AOT ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ก็ไม่มาก โดยเฉพาะเมื่อย้อนกลับไปดูช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 ที่มีการชุมนุมฯ นักท่องเที่ยวยังน้อยกว่า แต่หลังจากชุมนุมฯ มา ช่วงต้นปี 2554 ผู้โดยสารกลับเพิ่มขึ้นมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์

“ผมมอง AOT ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ยังมีข่าวดีเรื่องการปรับขึ้นค่าภาษีสนามบิน ทำให้แนวโน้มกำไรของ AOT มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหุ้น RAIMON กับ AOT ที่ซื้อถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม แต่เป็นผลกระทบชั่วคราวเท่านั้น” นายสมพงษ์ กล่าว

นายวัชระ แก้วสว่าง หรือเสี่ยป๋อง นักลงทุนรายใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กล่าวว่า หลังจากที่เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น ทำให้ตนเองไม่ได้ซื้อหุ้นเลย และต้องยอมรับว่าตนเองตกรถ เนื่องจากกลัวเหตุการณ์น้ำท่วม ประกอบกับที่อยู่อาศัยก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ทำให้ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเลย จากนี้ไปคงจะต้องมีซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มบ้าง หลังจากที่เหตุการณ์น้ำท่วมไม่ได้ทำให้หุ้นปรับตัวลงเลย จะมีบ้างเป็นบางครั้ง แต่โดยรวมยังถือว่าขึ้นอยู่


“ตลาดหุ้นไทยแข็งมาก แข็งจริง แข็งจนเว่อร์ แข็งจนไม่กล้าเข้า เพราะกลัวว่าเข้าแล้วจะลง ตอนนี้กำลังหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นอยู่ และช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงลงไปที่ 880 จุด ไม่ได้รับหุ้นเลย มัวแต่วุ่นวายกับน้ำท่วม ซึ่งตามวินัย ต้องรับช่วงนั้น ทำให้ต้องยอมรับว่าตกรถ” นายวัชระ กล่าว

0 comments:

Post a Comment

Amazon Product Reccomment